Forex isearchro Micro - Micro e Dollar r
search Micro w
isearchr Forex s Www a
c Micro -search searcho Www l Micro r Micro
Forex search search -
- Micro - Www - Forex - Forex -search- Micro - Micro --search-- Micro - Forex - Micro -
Micro Forex Www - Www - Forex -search- Micro Micro search Forex search- จากผลจากการสำรวจคะแนนนิยมเมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม ศกนี้ ปรากฏว่าพรรค Liberal มีคะแนนนำอยู่ร้อยละ 35 พรรค Conservative ร้อยละ 26 พรรค New Democratic Party (NDP) ร้อยละ 18 ยกเว้นในมลฑลควิเบก พรรค Bloc Qu?b?cois (the Bloc) มีคะแนนนำร้อยละ 22 ซึ่งมากกว่าพรรค Liberal
- แม้ว่าพรรค Liberal จะมีคะแนนนำอยู่ แต่คะแนนนิยมของพรรค Liberal ได้ลดต่ำลงกว่าช่วงเดือนมกราคมถึงร้อยละ 23 สืบเนื่องจากปัญหาความหละหลวมในการเบิกจ่ายงบประมาณ ของอดีตรัฐมนตรีและนักการเมืองจากพรรค Liberal ในการดำเนินโครงการ sponsorship programme ซึ่งว่าจ้างบริษัทโฆษณารณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความ เป็นเอกภาพและต่อต้านกระแสแยกตัวเป็นอิสระของมณฑลควิเบก โดยนาย Martin ได้ประกาศให้เริ่มการไต่สวนเรื่องนี้ในช่วงเดือนกันยายน 2547
- ในการเลือกตั้งครั้งนี้นาย Martin ประกาศนโยบายเน้นการปรับปรุงด้านสาธารณสุข และการศึกษา ซึ่งเป็นประเด็นที่คนแคนาดาให้ความสำคัญมาก คู่แข่งที่สำคัญของนายMartin คือนาย Stephen Harper หัวหน้าพรรค Conservative ซึ่งเป็นการรวมตัวของพรรคฝ่ายค้าน 2 พรรคคือ พรรค Progressive Conservative (PC) และพรรค Canadian Alliance (CA) โดยนาย Harper ได้ประกาศนโยบายลดภาษีแก่ชาวแคนาดา และโจมตีนาย Martin เกี่ยวกับประเด็น sponsorship programme
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
นโยบายหลักของรัฐบาลแคนาดา
- เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2546 นาย Paul Martin หัวหน้าพรรค Liberal เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ของแคนาดา โดยมีวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ ดังนี้
1. สร้างความเข้มแข็งทางด้านสังคม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคน แคนาดา (strengthening the social foundation for Canadian life) โดยให้ความสำคัญต่อเรื่องการศึกษา การพัฒนาในวัยเด็ก การบริการสาธารณสุข สวัสดิการสำหรับคนชรา และผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ฯลฯ
2. สร้างความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจแก่แคนาดาในศตวรรษที่ 21 (building a 21st century
economy) โดยใช้มาตรการการคลังที่มีประสิทธิภาพ ลดอัตราดอกเบี้ย/ภาษี และทบทวนโครงการต่างๆ ของรัฐบาล
3. เพิ่มอิทธิพลและเกียรติภูมิของแคนาดาในเวทีระหว่างประเทศ (ensuring Canada place
in the world as one of influence and pride) โดยนอกจากจะกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดแล้ว ก็ยังจะให้ความสนใจประเทศอื่นๆ เช่น จีนและอินเดียที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้น
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
นโยบายต่างประเทศ
- นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่องานด้านการต่างประเทศ โดยมีการปฏิรูป กระทรวงการต่างประเทศและการค้าระหว่างประเทศ (Department of Foreign Affairs and International Trade (DFAIT) ออกเป็น 2 กระทรวงได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ(Department of Foreign Affairs)และกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ (Department of International Trade) โดยนโยบายต่างประเทศที่สำคัญ นอกจากการปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ โดยการการจัดตั้งกระทรวงความปลอดภัยสาธารณะ (Public Safety) เพื่อดูแลเรื่องการก่อการร้ายเป็นผลให้สหรัฐฯยินยอมให้บริษัทแคนาดา เข้าร่วมประมูลสัมปทานโครงการฟื้นฟูอิรักในรอบสองแล้ว (ในด้าน oil & gas oil field services) แคนาดาจะยังคงเน้นบทบาทด้านพหุภาคีและองค์การระหว่างประเทศ ส่วนในด้านความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศในเอเชีย จะเน้นความสัมพันธ์กับประเทศจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย
- นโยบายด้านการต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี เน้นการส่งเสริมสถานะของแคนาดาในเวทีระหว่างประเทศ โดยได้เสนอจัดตั้งการประชุมสุดยอดผู้นำของกลุ่ม G20 ในระหว่างการหารือกับนายGeorge Bush ในช่วงการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 30 เมษายน 2547 เพื่อแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อความความมั่นคงและสันติภาพของโลก ในปัจจุบันและประกาศจัดตั้งหน่วยงานอาสาสมัครแคนาดาชื่อ Canada Corps รวมทั้งประกาศให้แคนาดาเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ โดยการบริจาคเงินจำนวน 100 ล้านดอลลาร์แคนาดาให้แก่องค์การ WHO และออกกฎหมายให้ขายยารักษาโรคเอดส์ของแคนาดา ในราคาต่ำให้กับประเทศกำลังพัฒนาด้วย ทั้งนี้ แคนาดาจะมีการออก Foreign Policy Review ในช่วงปลายปี 2547 หากนาย Martin ชนะการเลือกตั้ง
- นโยบายต่างประเทศแคนาดาในภาพรวมมีดังนี้
ส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน แคนาดาถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่จะต้องแสวงหาตลาดและ แข่งขันในต่างประเทศการส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างประเทศที่เสรีและเป็นธรรม
ปกป้องรักษาความมั่นคง แคนาดาตระหนักว่าความมีเสถียรภาพ และความมั่นคงระหว่างประเทศเป็นพื้นฐาน ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจขณะนี้ปัญหาต่างๆ ในโลกเป็นปัญหาข้ามแดนและมีอย่างหลากหลายรูปแบบ อาทิ ปัญหาการเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน อาชญากรรม โรคภัยไข้เจ็บ สิ่งแวดล้อม ประชากร และความด้อยพัฒนา ล้วนเป็นปัญหาที่มีความเกี่ยวเนื่องต่อสภาวะความมั่นคงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
ส่งเสริมและเผยแพร่ค่านิยมและวัฒนธรรมของแคนาดา มุ่งเน้นการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ส่งเสริมค่านิยมด้านสิทธิมนุษยชนประชาธิปไตย การยึดหลักกฎหมาย และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
- บทบาทสำคัญของแคนาดาในเวทีพหุภาคีและองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนและผลักดันหลักการของนโยบายต่างประเทศแคนาดา และสะท้อนแนวคิดและค่านิยมหลักของแคนาดาในเรื่องการสร้างความมั่นคง และพัฒนาหลักการสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคต่างๆ ได้แก่
การผลักดันแนวคิดเรื่อง ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security Network : freedom from want and freedom from fear) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีบทบาทนำในแนวคิดเรื่อง Responsibility to Protect ว่าด้วยความรับผิดชอบของรัฐในการปกป้องคุ้มครองประชาชนของตน ซึ่งประชาคมระหว่างประเทศมีหน้าที่ที่จะแทรกแซงได้ หากรัฐนั้นๆ ไม่สามารถหรือไม่ประสงค์ที่จะปฏิบัติตามความรับผิดชอบดังกล่าว นอกจากนี้ แคนาดายังสนับสนุนการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court - ICC) และการรณรงค์กำจัดทุ่นระเบิด เป็นต้น
- แคนาดาเห็นความสำคัญต่อการค้าพหุภาคี และให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ โดยมีความตกลงและเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศต่างๆ ดังนี้
Canada-Singapore Free Trade Agreement (อยู่ระหว่างการเจรจา)
Free Trade Area of the Americas มีผลบังคับใช้ปี 2548
The Canada-US Free Trade Agreement มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2532
The North American Free Trade Agreement (NAFTA) มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2537
GATT: Agreement on the Uruguay Round ลงนามเมื่อปี 2537
Canada-Chile Free Trade Agreement มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2540 ทำให้ชิลีลดภาษีทันทีให้แก่สินค้าส่งออกของแคนาดาร้อยละ 75 ธุรกิจของแคนาดาในชิลี รวมถึงป่าไม้ เหมืองแร่ พลังงานและไฟฟ้า รวมถึงการสื่อสาร
Canada-Israel Free Trade Agreement เริ่มเมื่อปี 2540